ทำไม คริสเตียน ควรไปโบสถ์

Why should Christians go to church

ความเชื่อแนวคิดทางด้านศาสนาจะมีเรื่องของพิธีกรรม หลักธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ หากเราไม่ได้ศึกษาแนวคิดของศาสนาอื่นก็คงจะไม่เข้าใจว่า เพราะเหตุใดเค้าจึงต้องทำแบบนั้น อย่างเช่น คนนับถือพุทธอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมคนคริสต์ต้องไปโบสถ์ด้วย เพื่อให้เข้าใจตรงกันเราจะมาอธิบายเพื่อให้เข้าใจตรงกัน เราไปโบสถ์เพื่อความสามัคคี การไปโบสถ์ถือว่าเป็นกุศโลบายอันแยบคายอย่างหนึ่ง ไปโบสถ์จะเป็นเหมือนการเชื่อมความสัมพันธ์ของคนนับถือพระเจ้าเหมือนกัน หากจะแปลเป็นแนวคิดของพุทธ การไปโบสถ์เป็นการสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่คริสเตียนด้วยกัน การได้พบปะซึ่งกันและกัน การทานของว่างร่วมกัน จะทำให้เกิดความสามัคคีร่วมกันได้ง่าย ถามว่าทำไมต้องไปโบสถ์วันอาทิตย์ด้วย ไม่ไปผิดไหม คำตอบคือไม่ผิด ส่วนวันอาทิตย์เกิดจากคำสอนว่า วันอาทิตย์เป็นวันพิเศษ เราควรละกิจกรรมทั้งหมดเพื่อเข้าไปศึกษาพระคัมภีร์ หรือ อวยพรแก่พระเยซู เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองเดินทางเข้าสู่เส้นทางของมารร้าย ไปโบสถ์เพื่อศึกษาศาสนา ทุกครั้งเวลาไปโบสถ์ คริสเตียน จะแบ่งออกเป็นกลุ่มตามช่วงอายุ ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ จากนั้นพวกเค้าจะเข้าห้องเพื่อศึกษาคริสตศาสนาตามระดับการเรียนรู้ของตัวเอง เด็กอาจจะเข้าไปดูการ์ตูน ดูหนังเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์ ขยับขึ้นมาหน่อยอาจจะเป็นการศึกษาพระคัมภีร์ ส่วนผู้ใหญ่จะเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันในการตีความหัวข้อ แนวคิดเพื่อให้เข้าใจตรงกัน รวมถึงแตกแนวคิดออกไปให้กว้างไกลมากขึ้น วิธีนี้มีข้อดีคือทุกคนจะรู้สึกว่าการเรียนรู้เรื่องศาสนาไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง คริสต์ศาสนาจะไม่ใช่เรื่องยาก อีกต่อไป อวยพรร่วมกัน เมื่อเราได้ศึกษาคัมภีร์ ศึกษาศาสนาตามระดับของตัวเอง คริสเตียน จะใช้ช่วงเวลาต่อจากนั้นเป็นการเข้าห้องร่วมกัน อาจจะเป็นห้องโถง ไปจนถึงห้องประชุมขนาดใหญ่ (ตามขนาดของโบสถ์) มากันครบคริสเตียนจะทำการอวยพรต่อพระเยซูร่วมกัน เหล่าคริสเตียนเชื่อว่าการได้อวยพรร่วมกันจะเหมือนรวมพลังกันเพื่ออวยพรส่งไปถึงพระเจ้าบนสรวงสวรรค์อีกทางหนึ่งพระเจ้าท่านก็จะประทานพรกลับมาให้กับเราด้วยเช่นกัน แสดงให้เห็นถึงกิจกรรมของคริสต์ หากเราเป็นคนหนึ่งที่อยากจะศึกษาคริสต์ศาสนา เราจะไปที่ไหนดี คำตอบก็ถือโบสถ์ หากเราได้ไปโบสถ์เพื่อขอเข้าไปศึกษาศาสนา รับรองได้เลยว่าจะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี พวกเค้าจะมีพื้นที่พิเศษเพื่อให้เราได้เห็นพิธีกรรมทางความเชื่อของคริสต์อย่างเต็มที่ ดังนั้นโบสถ์ก็เป็นเหมือนกับที่แสดงกิจกรรมของคริสต์ให้เราเห็นไม่ว่าจะเป็นการสารภาพบาป การอวยพรต่อพระเจ้า การแสดงความรักซึ่งกันและกัน ฯลฯ

Read More

มหาวิหารนักบุญยอห์น ลาเตรัน โบสถ์อันยิ่งใหญ่ของคาทอลิ

Basilica of St. John Latte run

ศาสนาคริสต์นอกจากแนวคิดคำสอนแล้ว อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของพวกเค้าต้องเป็นเรื่องของโบสถ์ ศาสนสถานของพวกเค้าด้วย โบสถ์ตามความเชื่อของศาสนาคริสต์มีหลากหลายแบบ แต่ละหลังต่างก็มีความสวยงามแตกต่างกันไป วันนี้เราจะพาไปรู้จัก โบสถ์ยิ่งใหญ่สุดหลังหนึ่งของศาสนาคริสต์ ณ กรุงโรมประเทศอิตาลี อัครมหาวิหารนักบุญ โบสถ์แห่งนี้ถูกจัดอันดับให้เป็น อัครมหาวิหารนักบุญ อันยิ่งใหญ่ตั้งอยู่กรุงโรม ประเทศอิตาลี ชื่อว่า อัครวิหารนักบุญยอห์น ลาเตรัน โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่นอกเขตวาติกันไปไม่ไกลมากนักเพียงแค่ 4 กิโลเมตรเท่านั้นเอง เดินทางออกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ อัครมหาวิหารแห่งนี้เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงาม ด้านในมีการรูปปะติมากรรมอันสวยงามวางอยู่ด้วย ความสำคัญของมหาวิหาร วิหารแห่งนี้ไม่เพียงแต่ความสวยงามเท่านั้น ความสำคัญของวิหารแห่งนี้นับว่าอยู่จุดสูงสุดก็ไม่ผิดนัก อย่างแรก มหาวิหารแห่งนี้ถูกยกให้เป็นโบสถ์แม่ของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกด้วย หมายความว่า โบสถ์นี้คือตำแหน่งสูงสุด เก่าแก่สุด มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาสำคัญสุดของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกด้วย สูงกว่าวิหารทั้งสี่ในกรุงโรมอีกด้วยไม่เพียงเท่านั้นอัครมหาวิหารแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็น วิหารประจำของ มุขนายกประจำกรุงโรมด้วย ปะติดมากรรมภายในโบสถ์ มองจากด้านนอกว่าสวยงาม ด้านในยังมีไฮไลต์เด็ดด้วย นั่นคือ แหล่งรวมปะติมากรรมเหล่าอัครเทวทูตทั้ง 12 แนวคิดการสร้างอัครเทวทูตทั้งหมดนั้น เป็นเรื่องราวใหญ่โต ยากมาก แต่งานก็สำเร็จลุล่วงไปได้เนื่องจากทีมงานได้มีการเปิดรับให้ช่างสลักเข้ามาร่วมงานมากมาย อีกทั้งเจ้าชายหลายพระองค์ทั่วยุโรปได้เข้ามามีส่วนร่วมขอเป็นเจ้าภาพดูแลการสร้างอัครเทวทูตแต่ละองค์ด้วย จนทำให้งานดำเนินเสร็จเร็วขึ้น ยกตัวอย่างเช่น องค์พระสันตะปาปา รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพรูปปั้นแกะสลักนักบุญเปโตร เป็นต้น ภายในโบสถ์เราจะเห็นนักอัครเทวทูตดังนี้ นักบุญบารโธโลมิว, นักบุญยากอบ บุตรเศเบดี, นักบุญเปาโล, นักบุญซีโมนเปโตร, นักบุญซีโมนเศโลเท, นักบุญยูดาอัครทูต, นักบุญฟีลิป, นักบุญโธมัส, นักบุญยากอบ บุตรอัลเฟอัส, นักบุญอันดรูว์, นักบุญยอห์น และนักบุญมัทธิว จากเรื่องราวของอัครมหาวิหารแห่งนี้ หากใครเป็นคนมีความเชื่อศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกการได้ไปสักการะโบสถ์แห่งนี้สักครั้งน่าจะเป็นเป้าหมายสูงสุด กลับกันหากไม่มีโอกาสได้ไป เราสามารถเข้าไปเยี่ยมชมอัครมหาวิหารแห่งนี้ได้บนโลกออนไลน์ ในเว็บไซต์ของวิหารนั้นเอง มีทั้งภาพถ่าย เรื่องราว ประวัติ บรรยากาศภายในห้องแต่ละส่วนให้เสพกันเต็มอิ่ม

Read More

ความเป็นมาของพิธีศีลล้างบาป เพื่อเข้าสู่การเป็นคาทอลิกแบบเต็มตัว

Baptism In Bkk Thailand

ตามความเชื่อของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก คือ มนุษย์ทุกคนที่เกิดมาบนโลกนี้ล้วนมีบาปมาตั้งแต่กำเนิด เพราะการกระทำผิดของมนุษย์คู่แรกของโลก อดัมและอีฟ ที่ฝ่าฝืนคำสั่งไปกินแอปเปิ้ลในสวนเอเดน เพราะฉะนั้น การที่คุณจะเข้ามาเป็นหนึ่งในคริสตชน จำเป็นต้องรับศีลล้างบาปเพื่อทำให้มีแต่ความสะอาดบริสุทธิ์ ความเป็นมาของพิธีศีลล้างบาป โดยพิธีนี้มาจากความเชื่อของชาวอิสราเอลในสมัยโบราณ ตั้งแต่ยุคพันธสัญญาโน่น ในสมัยนั้นมีความเชื่อว่า การชำระล้างด้วยน้ำสะอาด เป็นเครื่องหมายของการชำระล้างทางจิตใจ โดยเริ่มมาจากพระเยซูทรงรับบัพติศมาจากยอห์น ณ แม่น้ำจอร์แดน นอกจากนี้พระเยซูเคยมีคำสั่ง แก่ที่ผู้เป็นสาวก ต้องได้รับศีลล้างบาปในนามของ พระบิดา พระบุตร พระจิต จึงทำให้ชาวคริสต์ตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงชาวคริสต์ในปัจจุบัน ได้ถือสืบทอดปฏิบัติตามกันมา เนื่องจากเชื่อว่าเป็นการชำระตัวเองให้บริสุทธิ์จากบาปทั้งหลาย เป็นการยืนยันความเชื่อในพระคริสต์เจ้า พิธีศีลล้างบาป เอกลักษณ์ของพิธีนี้คือการใช้น้ำ โดยผู้รับศีลล้างบาปอาจทำได้ตั้งแต่เป็นเด็กทารก หรือทำตอนโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ได้ แต่ตอนเป็นผู้ใหญ่จะดีกว่า เนื่องจากเป็นการกระทำด้วยความศรัทธาของตนเองอย่างแท้จริง ต่อมา ผู้ที่ทำพิธีคืออธิการโบสถ์หรือผู้ที่คุณพ่อได้มอบหมายได้ทั้งนั้น แม้แต่ในยามใกล้ตายก็สามารถโปรดศีลล้างบาปได้ทั้งนั้น และ ผู้โปรดศีลล้างบาปต้องทำให้ถูกต้องทุกประการ ไม่อย่างนั้นก็ถือว่าเป็นโมฆะ ทางฝั่งผู้รับศีลล้างบาป จะต้องมีพ่อแม่ทูนหัวซึ่งไม่ใช่พ่อแม่แท้ๆ โดย พ่อแม่ทูนหัวนี้ จะทำหน้าที่ประคองศีรษะของผู้รับศีลล้างบาป ในขณะที่ผู้โปรดศีลล้างบาปจะเทน้ำราดลงบนศีรษะ และผู้ที่ได้รับเป็นพ่อแม่ทูนหัว จะต้องดูแลลูกทูนหัวในเรื่องของทางจิตวิญญาณ ไปจนลูกทูนหัวสามารถช่วยตัวเองได้ นอกจากนี้ พ่อแม่ทูนหัวจะแต่งงานกับลูกทูนหัวของตัวเองไม่ได้อย่างเด็ดขาด การทำพิธีล้างบาปจะทำในวันคืนวันปาสกา , วันอาทิตย์ ผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ทุกคนต้องผ่านพิธีนี้ก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อเป็นการยืนยันว่าตนเองได้เข้ามาเป็นสมาชิกของศาสนาจักรแล้ว ถึงจะสามารถรับศีลอื่นๆ ได้ และ การรับศีลล้างบาปนี้สามารถทำได้เพียงแค่ครั้งเดียวตลอดชีวิต ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอื่น แล้วกลับมานับถือศาสนาคริสต์อีกก็ไม่ต้องรับศีลนี้ เนื่องจากได้ทำการล้างบาปไปแล้วนั่นเอง

Read More

St. Peter’s Basilica 1 ใน 4 ของมหาวิหารหลักในเมืองโรม แห่งนครรัฐวาติกัน

PeterS Basilica White

St. Peter’s Basilica หรือชาวอิตาลีจะรู้จักกันในชื่อ Basilica di San Pietro in Vaticano เป็นมหาวิหารเอกซึ่งเป็น 1 ใน 4 แห่งในกรุงโรม แห่งนครรัฐวาติกัน และอีก 3 มหาวิหาร ได้แก่ Basilica of St. John Lateran , St. Mary Major และ Basilica of St Paul Outside the Walls ประวัติความเป็นมาของ St. Peter’s Basilica St. Peter’s Basilica เป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่และมีความสำคัญที่สุด แห่งนครรัฐวาติกัน โดยได้ทำการสร้างทับวิหารเดิมในชื่อเดียวกัน โดมของมหาวิหารแห่งนี้มีความสูงเป็นสง่าสามารถมองเห็นได้แต่ไกลตั้งแต่ในตัวเมืองโรมเลยทีเดียว St. Peter’s Basilica ตั้งอยู่ในเนื้อที 2.3 เฮกตาร์ จุคนได้มากกว่า 60,000 คน จัดเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งในคริสตจักรโรมันคาทอลิก ส่วนสถานที่ตั้งโบสถ์แห่งนี้ มีความเชื่อกันว่าเป็นที่ฝังร่างของนักบุญ St. Peter ซึ่งเป็นหนึ่งในอัครทูตของพระเยซู คริสตจักรถือว่านักบุญ St. Peter เป็นบิชอปองค์แรกของ Antioch ต่อมาก็ได้สถาปนาขึ้นเป็นพระสันตะปาปาองค์แรกของโรม เนื่องจากนิกายโรมันคาทอลิกเชื่อกันว่าร่างของ St. Peter ถูกฝังไว้ ณ โบสถ์แห่งนี้ มหาวิหารซึ่งยืนหยัดมาจนถึงทุกวันนี้ เริ่มสร้าง ในวันที่ 18 เมษายน ค.ศ. 1506 บนโบสถ์แบบ Constantine และสร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1626 เดิมทีนั้นมหาวิหารนักบุญ St. Peter…

Read More

หอล้างบาปในศาสนาคริสต์ รู้ไว้ไม่เสียหลาย

Baptism hall in

หอล้างบาป ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Baptistery หรืออีกชื่อหนึ่งคือ หอศีลจุ่ม จัดเป็นศาสนสถานของศาสนาคริสต์ หอล้างบาปอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของโบสถ์ก็ได้ หรือจะเป็นอาสนวิหารเป็นของตนเองก็ได้ ในช่วงยุคแรกหอล้างบาปเป็นสถานที่สำหรับผู้จะเข้ามาศึกษาศาสนาก่อนจะรับศีลล้างบาป และเป็นที่ทำพิธีล้างบาปนั่นเอง การสร้างหอล้างบาปให้มีความสวยงามเป็นการบ่งบอกถึงความสำคัญของพิธีล้างบาปในศาสนาคริสต์ โดยหอล้างบาปแห่งแรกเป็นหอล้างบาปทรงแปดเหลี่ยมของ นักบุญ ยอห์น ลาเตรัน ซึ่งกลายมาเป็นแม่แบบของหอล้างบาปที่สร้างต่อๆ กันมา แต่บางครั้งก็มีทรงสิบสองเหลี่ยม หรือทรงกลม ให้เห็นบ้าง หอล้างบาปของมหาวิหารนักบุญยอห์น ลาเตรันเป็นหอล้างบาปอันเก่าเก่าแก่ที่สุดที่ยังเปิดใช้อยู่ โดยตรงกลางหอเป็นอ่างล้างบาปทรงแปดเหลี่ยมประดับด้วยหิน Porphyry สีม่วงแดง หัวเสาทำมาจากหินอ่อนและการตกแต่งเป็นแบบคลาสสิกของกรีกโรมัน ในบริเวณโถงทางเข้าใช้สำหรับศึกษาคำสอนและสารภาพความศรัทธาก่อนจะทำการรับศีลล้างบาป ผู้รับศีลจะลงไปใต้น้ำสามหน โดยเป็นบันไดสามขั้นลงไป ด้านบนเหนืออ่างจะมีนกพิราบสีทองหรือสีเงินห้อยอยู่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ส่วนจิตรกรรมฝาผนังมักจะเป็นเรื่องราวชีวิตของนักบุญยอห์น อ่างล้างบาปในช่วงแรกมักทำด้วยหิน แต่ต่อมาก็มีการเปลี่ยนมาใช้โลหะบ้าง หอล้างบาปเริ่มขึ้นในสมัยมีผู้เข้าศาสนาเป็นผู้ใหญ่จำนวนมาก โดยต้องรับศีลล้างบาปก่อนเป็นคริสต์ศาสนิกชนอย่างเต็มตัว และมีกฎบังคับว่าต้องเป็นการดำลงไปใต้น้ำไม่ใช่แค่การพรมน้ำอย่างสมัยหลัง ด้วยเหตุนี้หอล้างบาปจึงมักสร้างติดกับมหาวิหารซึ่งเป็นโบสถ์ของบิชอป หอล้างบาปสร้างกันภายหลังสมัย Constantin ซึ่งได้ประกาศว่าเป็นศาสนาที่ถูกต้องตามกฎหมายของจักรวรรดิโรมัน มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 ต่อมาจำนวนเด็กเข้ารับการล้างบาปมีเพิ่มขึ้น แต่การสร้างหอล้างบาปกลับน้อยลง หอล้างบาปเดิมก็มีขนาดใหญ่มากสามารถใช้เป็นที่ประชุมสังคายนาได้เลย นอกจากนั้นการทำพิธีศีลล้างบาปหมู่ก็ทำแค่สามครั้งต่อปีเท่านั้น ซึ่งก็หมายความว่าในแต่ละครั้งก็จะมีผู้เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ภายหลังการเปลี่ยนจากการดำน้ำลงไปทั้งตัวมาเป็นการพรมน้ำทำให้การใช้พื้นที่ของหอล้างบาปขนาดใหญ่นั้นลดน้อยลง แต่ในปัจจุบันนี้ก็มีการทำแบบดั้งเดิมอยู่บ้าง เช่น ในเมือง ฟลอเรนซ์ และเมืองปีซา เป็นต้น

Read More

มาทำความรู้จักเบื้องต้นเกี่ยวกับโบสถ์ของศาสนาคริสต์กันเถอะ

ศาสนาคริสต์ มีโบสถ์เป็นศาสนสถานใช้ในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ โบสถ์ หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Church สร้างขึ้นเพื่อนมัสการต่อพระเจ้า คำว่าโบสถ์ ยังหมายความว่า บ้านของพระเจ้า อีกด้วย นั่นคือ บ้านที่มีไว้เพื่อให้เหล่าคริสตชน ได้มาชุมนุมพร้อมกับประกอบพิธีกรรมนมัสการพระเจ้า ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์อันสำคัญอย่างหนึ่งของศาสนาคริสต์ ส่วนต่างๆของโบสถ์ โบสถ์ มาจากคำว่า ekklesia ซึ่งเป็นภาษากรีก ความหมายคือ ผู้ได้รับเรียกให้รวมตัวกัน ซึ่งขยายความได้ว่า โบสถ์เป็นสถานที่ให้การต้อนรับสำหรับผู้มาชุมนุม นั่นเอง ส่วนต่างๆของโบสถ์มี ดังนี้ ลานหน้าโบสถ์ ลานหน้าโบสถ์จัดเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่ง เพราะลานนี้เป็นด่านแรก อันแสดงออกถึงการต้อนรับ เพราะฉะนั้นการออกแบบ ลานหน้าโบสถ์จึงมักมีเสาตั้งเรียงรายรองรับซุ้มโค้งรอบด้าน หรือแบบอื่นๆ ที่มีความคล้ายคลึงกัน ในบางครั้งก็ใช้ลานนี้ประกอบพิธีกรรมต่างๆด้วย ระเบียงทางเข้าสู่โบสถ์และประตูโบสถ์ ก่อนจะเดินเข้าสู่ภายในโบสถ์ จะต้องเดินผ่านระเบียงทางเข้าที่เรียกว่า Atrium หรือ Nathex เสียก่อนถึงจะเจอประตูทางเข้า ซึ่งระเบียงนี้ คือ บริเวณให้การต้อนรับผู้มาร่วมพิธีซึ่งเปรียบเหมือน มารดากำลังต้อนรับลูกๆ ของพวกเธอ ส่วนประตูทางเข้าโบสถ์ก็เปรียบได้ดั่ง พระคริสตเจ้า ผู้ทรงเป็นประตูของบรรดาแกะทั้งหลาย หอระฆัง และระฆังโบสถ์ สำหรับใช้สอยในพิธีกรรมต่างๆ รูปพระ เช่น พระรูปของพระคริสตเจ้า พระแม่มารี นักบุญต่างๆ รูปเหล่านี้ต้องจัดวางในลักษณะไม่ทำให้เหล่าคริสตชน วอกแวกไปจากการประกอบพิธีที่กำลังดำเนินอยู่ และไม่ควรมีเยอะเกินไป นอกจากนี้จะต้องไม่มีรูปนักบุญองค์เดียวกันมากกว่าหนึ่งรูป รวมทั้งต้องมีขนาดเหมาะสมด้วย อ่างน้ำเสก เป็นเครื่องเตือนใจให้ระลึกถึงศีลล้างบาปที่เหล่าคริสตชนได้รับ จึงต้องตั้งไว้ตรงทางเข้าโบสถ์ให้เห็นได้ชัดๆ ­รูปสิบสี่ภาค ให้ประดิษฐานไว้ในโบสถ์ หรือสถานที่เหมาะสม เครื่องเรือนศักดิ์สิทธิ์ การประกอบพิธีกรรมของศาสนาคริสต์ ใช้อุปกรณ์หลายอย่างทั้งอุปกรณ์แบบถาวรและแบบเคลื่อนย้ายได้ มีทั้งเครื่องเรือนหรือภาชนะ เราเรียกอุปกรณ์เหล่านี้ว่า เครื่องเรือนศักดิ์สิทธิ์ โดยอุปกรณ์เหล่านี้มีไว้ใช้สอยในระหว่างการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ศาสนาคริสต์ในประเทศไทยนั้นมีหลายนิกายด้วยกัน แต่ละนิกายก็แตกต่างกัน นิกายที่นับถือกันมากมีอยู่ 2 นิกาย คือ นิกายโรมันคาทอลิกและนิกายโปรเตสเเตนต์ ในนิกายโรมันคาทอลิคจะเรียกศาสนสถานของตนเองว่า โบสถ์ เช่น โบสถ์พระแม่มารี ตกแต่งด้วย สถาปัตยกรรมยุโรป ประดับด้วยรูปปั้นต่างๆ…

Read More

จุดประสงค์การเข้าเริ่มต้นพิธีศาสนาสำคัญ ในวันที่ 1 มีนาคม 2017

ในวันเปิดฤดูกาล คล้ายเป็นเรื่องสำคัญในการ ถือบวชเป็นที่เสมือนวันปล่อยบาปแล้วการทำด้วยการอดอาหารที่คล้ายเกี่ยวข้องคริสตจักรทุกอย่างๆ แล้วยังได้จดหมายของ พระสันตะปาสิทธิ ได้เข้ามาอ่านจดหมายเชิญที่มีคำต่างๆ ชนิดบอกเหล่าเป็นคำศาสนา เพื่อที่เป็นที่ระลึกน่าจดจำได้ในวันนี้ แล้วในจดหมายได้เขียนเอาไว้ว่า “วันสำคัญเข้าพรรษาศาสนาจะเป็นช่วงเวลาต่อสู้ที่แท้จริง โลกของเรามักจะมีสิ่งไม่แน่นอนซ่อนเร้นอยู่เสมอเราเชื่อว่าวันหนึ่งพระเจ้าจะไม่อยู่กับเราไปตลอดแล้วอาจขาดหายไปในที่สุด” ซึ่งทาง Bishop Paul Lortie ได้พูดบอกว่าในจดหมายฉบับนี้ว่า “อยากจะเสนอสิ่งเหล่านี้ให้เป็นรูปธรรมแล้วการดำเนินการใช้ชีวิตประจำวันได้ แล้วคำอธิษฐานจากคนในพื้นที่บ้านอาจจะส่งถึงกันได้ แล้วจึงอยากให้คนในพื้นตระหนักเอาไว้ว่า เราอยากทำให้อะไรที่ดูเหมือนพิการแล้วขัดขวางการที่จะมีเสรีภาพ จึงหันมารักกันให้มากยิ่งขึ้นแล้วภักดีในศาสนาของเราด้วย” แล้วจุดของการเริ่มศาสนาสำคัญพรรษาเพื่อทำให้โอกาสในแต่ละที่ไม่มีการซ้ำกันเกิดขึ้นแล้วเป็นเฉลิมฉลองพระราชพิธีพิเศษศิลแล้วให้พรตามได้แล้วสามารถเข้าไปร่วมตามสถานที่ โบสถ์ ต่างๆ ได้แล้วมีวันเวลาตารางงานที่จัดขึ้นบอกสำหรับคนที่จะไปรับฟังดังนี้ -โบสถ์ Notre-Dame-du-Tres-Saint-Sacrement เวลาพิธีที่จะเริ่ม 16.15 น. -โบสถ์ Saint-Donat เวลาพิธีที่จะเริ่ม 19.00 น. -โบสถ์ Sainte-Agathe เวลาพิธีที่จะเริ่ม 16.30 น.

Read More

พิธีพร้อมทำกิจกรรมที่จะมีในส่วนร่วมในการพัฒนาแล้วสันติภาพที่ทำมากกว่า 50 ปี

พิธีนี้เราได้นำภาพเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการพัฒนาแล้วสันติภาพที่จัดฉลองขึ้นไปในสถานที่ โบสถ์ Mont-Laurier แล้วองค์บาทหลวงทั่วไปพร้อมบอกสิ่งต่างๆ ในการเดินทิศทางที่ถูกต้อง ซึ่งจากที่ได้ก่อตั้งขึ้นมา ก็ได้มีการพัฒนา และสันติภาพพร้อมมีแรงสนับสนุนมากกว่า 15,200 คนที่คิดริเริ่มในการที่ทำให้ท้องถิ่นในพื้นที่ เช่น การทำเกษตรพร้อมด้วยการศึกษาแล้วมีแนวคิดที่จะมีสิทธิมนุษย์ชนใน 70 กว่าประเทศร่วมอยู่ทั่วโลก แล้วยังมีมาในส่วนเรื่องสันติภาพ ก็ยังได้เชิญบาทหลวงจากโบสถ์ต่างๆ ให้มาร่วมวิธีกันอีกด้วยเพื่อจะเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ แล้วยังได้มีบาทหลวงได้คิดริเริ่มในการทำผ้าห่ม nouvelle initiative ที่จะมีเหรียญตราขนาดใหญ่อยู่ลงไปด้วย แล้วต้องรอดูกันต่อไปว่าจะยังไงแล้วจะออกมาในรูปแบบไหนต้องรอดูกันต่อไป แล้วทางโบสถ์ยังได้ทำงานพร้อมทำงานร่วมกับ Constantineau อีกด้วย

Read More

การเปิดเผยภูมิประเทศที่สูงของอาคาร MRC d’Antoine-Labelle building แล้วศาสนามาเกี่ยวข้อง

marcet cure mont laurier

ในพิธีเปิดได้มีการจัดขึ้นไปเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2017 แล้วได้มีการดำเนินการหลายอย่างพร้อมศิลปินแล้วบุคคลในพื้นที่ เช่น Martine Carole และ Claude Menard สถานที่โครงการ MRC d’Antoine-Labelle building และพระคริสต์ทั่วไปที่มาร่วมแสดงความยินดีด้วย โดยโครงการนี้เป็นแนวคิดในรูปแบบใหม่เพื่อจะเปิดให้ประชาชนที่จะมีได้พบปะศิลปินที่เกี่ยวข้องการทำงานของพระคริสต์ผสมลงไปด้วย แล้วพร้อมจะบอกแนวทางความคิดให้ทุกคนที่จะได้มีความฝันแล้วบุคลิกภาพที่ดี พร้อมได้รับแรงบันดาลใจต่างๆ เพื่อที่ได้ก้าวเดินไปในทางที่ถูกต้อง แล้วทาง Laurentians แล้วพระสงฆ์ศาสนาได้ทำการร่วมมือกัน เพื่อที่จะซื้อกิจการในครั้งนี้ที่มีข้อสรุปมานานมากแล้วใน 125 ปี แล้วจะได้เรียกความเชื่อต่างๆ ให้ได้เห็นซึ่งในสถานที่ข้างหน้านี้จะติดอยู่แถวบริเวณรถไฟ ซึ่งมองว่าหาคนเดินผ่านมาเห็นก็จะมองเห็นศิลปะของเรา แล้วให้หนุ่มสาวได้เรียนรู้ศิลปะเหล่านี้ได้เองเพียงแค่มองผนังศิลปะของทางเราที่สร้างขึ้นก็จะรู้เรื่องราวว่าประวัติศาสตร์ศาสนามาอย่างไร

Read More

สถานที่เลี้ยงเด็กในรูปแบบใหม่ ใน Sainte-Philomene in Montcerf

mont cerfet diocese mont

ในช่วงอากาศที่หนาวเย็นมากใน ไซบีเรียได้เดินทางไปทักทายแล้วได้เอากาแฟ และช็อกโกแลตไปให้พวกเขาเองกับมือ แล้วต่อมาก็ได้ทำการร้องเพลงในบทที่มีพระคริสต์ร่วมสวดไปพร้อมกันภายใต้แสงแดดอ่อนๆ บนหิมะในสถานอันงดงาม แล้วยังมาพร้อมเทวดาตัวน้อยที่มาร้องเพลงขับประสานไปด้วยกัน ที่นี่ดูช่างเป็นแสนที่อบอุ่นแม้จะเจอปัญหาที่หนาว และเย็นมากแต่ก็ไม่เคยย่อท้อเลยแม้แต่น้อย แล้วได้จิตรกรแอนนี่ชื่อดัง และริชาร์ด มาช่วยทำผนังให้มีศิลปะในรูปแบบสามมิติเพื่อให้ฉากนั้นออกมาในรูปแบบที่สวยสุดงดงามมาก แล้วในรูปก็ยังมีพระคริสต์ที่ค่อยปัดเป่าจิตใจของเด็กให้ซึบซับกันไปแบบช้าๆ แล้วในส่วนของงานต้องใช้เวลาวาดมากกว่า 100 ชั่วโมงด้วยกัน เพื่อให้ออกแบบสถานที่เลี้ยงเด็กใหม่แล้วไม่ซ้ำเหมือนกับที่อื่นที่เขามีกันในชุมชน Sainte-Philomene แล้วรูปภาพเหล่านี้จะส่องแสงในเวลากลางคืนด้วย แล้วคุณจะได้รู้ว่าที่นี่มันช่างงดงามเพียงใด

Read More