ทำไมศาสนาคริสเตียนถึงได้มีหลายนิกาย

Christians have many sects

ระหว่างการปฏิบัติศาสนกิจของพระเยซูท่านได้สวดอ้อนวอนขอผู้ติดตามในอนาคตของเขาจะแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่จะเป็นประจักษ์พยานต่อชาวโลก แล้วมันก็อะไรขึ้นหลังจากนั้นกัน แทนที่จะเกิดความสามัคคี ความร่วมมือ แต่ในคริสเตียนเป็นที่รู้กันดีกว่ามีประวัติการไม่ลงลอยกันมาแต่อดีต มีการแบ่งพรรคพวกออกเป็นกลุ่มๆ ซึ่งมองจากภายนอกก็ดูเหมือนว่าพวกเขาจะสามัคคีกันดี พวกเขาแบ่งออกเป็นหลายร้อยกลุ่มต่างๆ มีโบสถ์และนิกายอยู่มากมายทั่วโลก สำหรับผู้ที่ไม่ใช่คริสเตียนดูเหมือนว่าจะสับสนว่าทำไมพวกเขาถึงแตกแยกย่อยออกมามากมายขนาดนี้ ทำไมพวกเขาถึงไม่รวมเป็นกลุ่มเดียวกัน ทำไมมีมีคริสตจักรต่างกันสี่แห่งบนถนนสายเดียวกัน นั่นจึงเป็นที่มาของคำถามที่ว่าทำไมศาสนาคริสเตียนถึงได้มีหลายนิกาย ก่อนที่เราจะเข้าเรื่องหลักขอให้ทำความเข้าใจเรื่องประวัติพื้นหลังก่อน ภายในศาสนาคริสต์มีสามสาขาหลักคือ อีสเทิร์นออร์โธด็อกซ์, โรมันคาทอลิก และโปรเตสแตนต์ ในสหรัฐอเมริกาจะนับถือคริสตจักรโรมันคาทอลิกและนิกายโปรเตสแตนต์มากที่สุด ในขณะที่คริสตจักรโรมันคาทอลิกแทบทุกแห่งมีความเชื่อรูปแบบและโครงสร้างที่เหมือนกัน แต่สำหรับนิกายโปรเตสแตนต์นั้นแตกต่างออกไป นอกจากนี้คริสตจักรบางแห่งยังพิจารณาตนเองว่าอยู่ในโปรเตสแตนต์ แต่ก็ไม่ได้เข้าร่วมกับนิกายเฉพาะใดๆ รวมถึงไม่ได้เป็นพันธมิตรกับนิกายอื่น (เช่นคริสตจักรในพระคัมภีร์หรือคริสตจักรชุมชน) เหตุผลการแยกย่อยของนิกายคริสเตียน อย่าลืมว่านิกายนั้นสร้างขึ้นจากคริสตจักร และคริสตจักรที่สร้างขึ้นจากผู้คน อย่างที่รู้กันดีว่าผู้คนนี่หละที่เป็นต้นเหตุของความแตกแยกซึ่งมักจะไม่ค่อยลงลอยกันเท่าไหร่ สิ่งนี้มักจะนำไปสู่ข้อขัดแย้งที่เป็นฉนวนการแบ่งแยกนิกาย มันเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่มันก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่สุดถึงการแสดงออก บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมพระเยซูถึงให้ความสำคัญกับความรักและการให้อภัยอย่างไม่มีเงื่อนไขเป็นการแสดงออกของคนที่เขาต้องการให้เราเป็น ถึงแม้ว่าพวกเขาจะแยกออกจากกัน ชาวคริสเตียนส่วนใหญ่ไม่ว่าจะอยู่นิกายใดก็ยังแชร์หลักคำสอนที่เชื่อมโยงชาวคริสเตียนทุกคนเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นคริสตจักร นิกาย วัฒนธรรม หรือที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ จนในท้ายที่สุดผู้คนจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกันก็จะแสดงความศรัทธาต่อพระเจ้าเหมือนกันแต่ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ชาวคริสเตียนมีความเชื่อในคำสอนของพระคัมภีร์อย่างมากที่เปิดเผยชัดเจนว่าใครเป็นพระเจ้า ลูกหลานทั้งหลายถูกสอนให้มีความศรัทธาต่อพระเจ้าโดยเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเป็นล้วนเป็นคนบาปมีเพียงพระเยซูเท่านั้นที่ช่วยเราได้

Read More

หลักธรรมในศาสนาคริสต์ ที่ต้องอ่านเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

ทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี แต่ล่ะศาสนานั้นก็มีหลักธรรมคำสั่งสอนแตกต่างกัน วันนี้เราจะมาศึกษาเกี่ยวกับหลักธรรมคำสั่งสอนของศาสนาคริสต์ว่าหลักธรรมใดบ้าง ที่สามารถมาใช้ปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้ นอกจากนี้ยังสามารถเข้าใจได้ง่ายอีกด้วย หลักตรีเอกานุภาพ หลักธรรมในข้อนี้สอนว่าให้นับถือในพระเจ้าเพียงองค์เดียวเท่านั้น ซึ่งพระเจ้าองค์นั้นก็คือพระยะโฮวา หรือเรียกอีกชื่อว่า พระยาเวห์ แต่พระเจ้าได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 พระบุคคล ได้แก่ พระบิดา เป็นผู้สร้างโลก ผู้สร้างทุกสิ่งทุกอย่างให้เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ สถานะของพระองค์มีความเป็นนิรันดร์ พระบุตร หรือ พระเยซู ผู้ถูกส่งให้ลงมาเกิดยังโลกมนุษย์เพื่อเผยแผ่คำสอนของพระเจ้าให้แก่มนุษย์โลก พระจิต  คือ พระเจ้าผู้ทรงสถิตย์อยู่ภายในจิตใจของชาวคริสต์ทุกคน ซึ่งคอยเตือนสติให้กระทำแต่ความดี หลักบัญญัติ 10 ประการ เป็นหลักธรรมที่ได้รับความนิยม และ ยึดถือนำไปปฏิบัติมากที่สุด เพราะเป็นหลักธรรมอันเข้าใจได้ง่าย สามารถนำไปใช้ได้จริง มีทั้งหมด 10 ประการ ดังนี้ นับถือพระผู้เป็นเจ้าเพียงพระองค์เดียว อย่าเอ่ยพระนามของพระเจ้าโดยไม่จำเป็น วันพระเจ้าให้จำว่าเป็นวันที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ให้ความเคารพนับถือบิดา-มารดา ห้ามฆ่ามนุษย์ ห้ามผิดประเวณีกับผู้อื่น ห้ามลักขโมย ห้ามพูดร้าย หรือนินทาผู้อื่นด้วยความอันเป็นเท็จ อย่ามีความคิดในทางไม่ดี อย่ามีความโลภให้ตัวเอง หลักความรัก จงรักผู้อื่นเหมือนกับรักตนเอง ปรารถนาที่จะเห็นผู้อื่นมีความสุข มีความเมตตากรุณาต่อผู้อื่น รู้จักการให้อภัยซึ่งกัน  และยินดีอย่างสุดหัวใจเมื่อเห็นผู้อื่นได้ดี หลักความรักในศาสนาคริสต์แบ่งออกเป็น 2 แบบคือ 1.ความรักของมนุษย์ กับพระเจ้า เปรียบได้ดังเช่นความรักของ พ่อ กับ ลูก 2.ความรักของมนุษย์ที่มีต่อมนุษย์ด้วยกัน พระเยซูสอนให้รักเพื่อนบ้าน หรือก็คือ รักมนุษย์ทั้งโลก เรียนรู้ที่จะรักศัตรู รู้จักการให้อภัยและเสียสละ หลักบาปกำเนิด หลักการนี้สามารถสรุปได้สั้นๆว่า แม้มนุษย์จะสร้างบาปแค่ไหนแต่พระผู้เป็นเจ้าทรงอภัยให้เสมอๆ โดยการส่งพระเยซูลงมาเพื่อไถ่บาปให้แก่มนุษย์ทั้งหลาย เพราะจิตใจของมนุษย์ยังมีความเข้มแข็งไม่มากพอจึงจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้า คนเราจะดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขนั้น ต้องมีหลักธรรมยึดเหนี่ยวภายในใจ ซึ่งหลักธรรมนั้นต้องสอนให้คนเป็นคนดี รู้จักมีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์แม้แต่สรรพสัตว์เองก็เช่นเดียวกัน หลักธรรมของศาสนาคริสต์ที่กล่าวมาดังข้างต้นนั้นเข้าใจได้ง่าย และ สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

Read More